Laguna Phuket Triathlon Rules and Regulations

กฎกติการแข่งขัน

กติการแข่งขันลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา 2558

การแข่งขันว่ายน้ำ 1,800 เมตร

1. สวมหมวกว่ายน้ำที่ทางผู้จัดฯ เตรียมไว้ให้เท่านั้น และ อนุญาตให้สวมแว่นตาว่ายน้ำหรือหน้ากากกันน้ำ
2. ห้ามสวมชุดดำน้ำ (wetsuit) ตีนกบ ถุงเท้า ถุงมือพายน้ำ พายหรืออุปกรณ์ช่วยในการลอยตัวใด ๆ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำในวันแข่งขันประมาณ 25 องศาเซลเซียส หรือ 77 องศาฟาเรนไฮต์เท่านั้น รวมทั้งชุดไตรสูท (Tri-Suits) หรือ ชุดว่ายน้ำเต็มตัว (Full Boday Suits) ต้องเปิดไหล่ หรือ ไม่มีแขนเสื้อ
3. สวมอุปกรณ์จับเวลาบริเวณข้อเท้าขวาให้แน่นหนาและรัดกุมที่สุด
4. ชุดว่ายน้ำต้องตัดเย็บจากเนื้อผ้า 100% (วัสดุธรรมชาติ และ/หรือ ใยสังเคราะห์) เช่น ไนล่อน หรือ ไลคร้า ซึ่งไม่มีส่วนผสมวัสดุจากยางพารา หรือ สารลอยน้ำ ตัวอย่างเช่น โพลียูรีเทรน หรือ นีโอเพรน เป็นต้น ทั้งนี้ชุดดังกล่าวต้องเปิดไหล่และคอ นักไตรกีฬาสามารถสวมชุดว่ายน้ำทับชุดปั่นจักรยานได้
5. ไม่อนุญาตให้มีผู้พายเรือติดตาม และ/หรือ นำทางบนเส้นทาง
6. ต้องเขียนหมายเลขประจำตัวบนไหล่ทั้งสองด้าน งดทาครีมกันแดดหรือสารหล่อลื่นบริเวณ ดังกล่าว เพื่อเลี่ยงการลบเลือนจากสารเคมีในเครื่องสำอาง
7. ปรับโทษเวลาในผลการแข่งขัน หากไม่เข้าประจำหลังจุดปล่อยตัวว่ายน้ำก่อนเวลา 5 นาที
8. ว่ายตามเข็มนาฬิกา และให้ทุ่นทะเลอยู่ขวามือเสมอ หากฝ่าฝืน จะถูกปรับออก
9. สามารถขอความช่วยเหลือจากกรรมการสนาม โดยยกมือขึ้นเหนือศรีษะ เพื่อพักเหนื่อย โดยห้ามให้ เรือนั้นๆ ลากจูง และ/หรือ เคลื่อนที่จากจุดพัก ทั้งนี้หากต้องการออกจากการแข่งขัน หรือ มีปัญหาด้าน สุขภาพให้แจ้งเจ้าหน้าที่ และไม่มีสิทธิ์ลงแข่งขันประเภทอื่นๆต่อไป กรณีนักว่ายน้ำคนสุดท้าย และ/หรือ ห่างจากนักว่ายน้ำกลุ่มรั้งท้ายมากเกินไป อีกทั้งกรรมการสนามพิจารณาแล้วว่าไม่อาจออกจากจุดเปลี่ยน การแข่งขัน ก่อนเวลาตัดสิทธิ์ ภายใน 1 ชั่วโมง 15 นาที กรรมการมีสิทธิ์นำนักกีฬาดังกล่าวกลับมาทางเรือ ทั้งในทะเล และลากูน ซึ่งถือว่าการแข่งขันว่ายน้ำไม่สมบูรณ์
10. กำหนดเวลาว่ายน้ำไม่เกิน 1 ชั่วโมง 10 นาทีนับจากเวลาปล่อยตัวในแต่ละครั้ง และต้องออกจากจุดเปลี่ยน การแข่งขันภายในเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที นับจากเวลาปล่อยตัวในแต่ละครั้ง หากเกินกำหนดจะถูกปรับออก
11. ต้องแต่งชุดปั่นจักรยานให้เรียบร้อยก่อนนำจักรยานออก และไม่อนุญาตให้เปลือยกาย

การแข่งขันจักรยาน 55 กิโลเมตร

1. กฎพื้นที่ช่องลม
1.1 ห้ามเข้าพื้นที่ช่องลม (Drafting Zone) ทั้งรถจักรยานและยานพาหนะอื่นบนถนน
1.2 นักไตรกีฬาต้องเว้นพื้นที่ในกรอบขนาด 2 เมตร คูณ 7 เมตร (14 ตารางเมตร หรือ จักรยาน 4 คัน)
จากนักปั่นท่านอื่น หากฝ่าฝืนปรับโทษเวลา หรือสูงสุด ปรับออก
1.3 การแซง หมายถึง การขี่จักรยานขึ้นหน้าผู้แข่งขันผู้อื่น เมื่อล้อหน้าของนักปั่นคันหลังล้ำล้อหน้า
ของนักปั่นคันหน้า
1.4 กรณีแซงจักรยานคันหน้า ให้แซงขวา รถคันหน้า ผ่านพื้นที่ภายใน 20 วินาที แล้วชิดซ้ายทันที
มิฉะนั้นจะถือว่าฝ่าฝืนกฎพื้นที่ช่องลม และเมื่อเข้าพื้นที่ ไม่อนุญาตให้ถอยกลับได้
1.5 กรณีถูกแซงจากคันหลัง ให้ถอยห่างออกจากคันที่แซงขึ้นมาทันที ในพื้นที่ช่องลม หากไม่ลดระยะ
ให้เป็นไปตามกฎจะถือว่าฝ่าฝืนกฎพื้นที่การแซง
1.6 กรณียังอยู่ในพื้นที่เมื่อถูกแซงขึ้นหน้าไปแล้วไม่ยอมลดระยะห่างจากคันหน้า จะถือว่าฝ่าฝืนกฎ
1.7 ชิดซ้ายตลอดเวลา เรียงแถวยาวตอนลึก ยกเว้นกรณีแซง หรือ เพื่อความปลอดภัย ห้ามขี่คู่ขนาน
มิฉะนั้นถูกปรับโทษฐานขี่คู่ขนาน
1.8 กรณีขัดขวาง/ชะลอ การแข่งขันของผู้อื่นบนเส้นทาง จะถูกปรับโทษเวลา
1.9 ผู้ละเมิดกฎการแข่งขัน กรรมการสนามจะเรียกปรับโทษทันที ณ จุดเกิดเหตุ
1.10 ไม่อนุญาตให้ต่อรอง และ/หรือ ประท้วงการปรับโทษ
1.11 กรรมการสนามจะปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) ขานหมายเลขการแข่งขัน แสดงใบปรับโทษ ใบแดง คือ ฝ่ากฎพื้นที่ช่องลม หรือ ใบเหลือง กรณีฝ่ากฎอื่นๆ กรรมการจะทำเครื่องหมาย ” / ” สำหรับใบแดง และ ” P ” สำหรับใบเหลือง บนหมายเลขแข่งขัน
(2) แจ้งให้ไปรายงานตัวยังเต็นท์ปรับโทษ ณ จุดเปลี่ยนการแข่งขัน ลากูน่า โกรฟ ซึ่งจะแจ้งสถานที่ ในการชี้แจงกฎกติกา ในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2558
1.12 นักกีฬาต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) รายงานตัวที่เต็นท์ปรับโทษ แจ้งว่าได้รับบัตรโทษสีใด
(2) ลงชื่อในทะเบียนปรับโทษ
(3) กรณีใบแดง นักกีฬาต้องอยู่ในเต็นท์ เป็นเวลา 4 นาที คูณจำนวนใบแดงที่ได้รับ
(4) กรณีโทษใบเหลืองนักกีฬากลับไปแข่งขันต่อได้ทันที
(5) กรณีได้คละสี และ/หรือ สีเดียว ทั้งหมด 3 ใบ จะถูกปรับออก และนำจักรยานเข้าจุดเปลี่ยนฯ ได้ แต่ไม่อนุญาตให้แข่งขันวิ่ง
(6) หากไม่รายงานตัว จะถูกปรับโทษออก
2. แขวนจักรยานบนราว ในจุดเปลี่ยนฯ ในแนวเดียวกัน
3. สวมเสื้อเมื่อแข่งจักรยาน ไม่อนุญาตให้เปลือยท่อนบน
4. ไม่อนุญาตให้ใช้จักรยานสองเบาะ, จักรยานถีบแนวนอน และจักรยานพร้อมที่บังลม หรือ อุปกรณ์ อำนวยความสะดวก/เพิ่มสมรรถนะ เข้าร่วมการแข่งขัน กรณีอุปกรณ์ต้นแบบ/ใหม่ /แหวกแนว ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากผู้จัดฯ ก่อนปรับใช้
5. ศึกษาเส้นทางและปฏิบัติตามเครื่องหมายบอกทาง กรณีหลงทางหรือปั่นออกนอกเส้น ทาง ผู้จัดฯจะไม่แก้ไขผลแข่งขัน ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
6. ปฏิบัติตามสัญญาณป้ายจราจรต่าง ๆ และคำแนะนำของกรรมการสนาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัคร เพื่อความปลอดภัย ฝ่าฝืนถูกปรับออก
7. ห้ามสร้างสถานการณ์ให้ตนเองหรือผู้แข่งขันอื่นตกอยู่ในเหตุล่อแหลม หรือ อันตราย ระหว่างแข่งขัน หากพบว่ามีเจตนา จะถูกปรับออกทันที
8. ติดหมายเลขการแข่งขันในที่เห็นชัดเจน บริเวณด้านหลังก้นกบตลอดการแข่งขัน ทั้งนี้อาจใช้เข็มขัดติด หมายเลขได้ กรณีตัดแต่ง พับ หรือ สูญหาย หรือมีเจตนาแก้ไข มีโทษปรับเวลา หรือสูงสุดปรับออก
9. ติดสติกเกอร์หมายเลขแข่งขันบนด้านหน้าหมวกจักรยาน
10. ติดสติกเกอร์หมายเลขแข่งขันที่คอเบาะจักรยาน โดยหันหมายเลขออกด้านซ้ายเสมอ
11. สวมหมวกนิรภัยซึ่งได้รับรองโดย CPSC ก่อนนำจักรยานออก และนำกลับจากเส้นทางจักรยาน และ คาดเข็มขัดหมวกทุกครั้ง ฝ่าฝืนปรับโทษเวลา หรือ ปรับออก ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้สวมหมวกที่ทำจาก หนังสัตว์และวัสดุเหล็กหลอม
12. ไม่อนุญาตให้มีผู้ติดตาม โดยการวิ่ง, ขี่จักรยาน, ขี่รถจักรยานยนต์ และ/หรือ รถยนต์ เพื่อช่วยเหลือ, ยื่นอาหารหรือน้ำดื่ม, รับ-ส่งสิ่งของ ทั้งนี้นักกีฬาต้องปฏิเสธการช่วยเหลือเช่นกัน มิฉะนั้นจะถูกปรับ โทษเวลาหรือออกจากการแข่งขัน

หมายเหตุ
จุดให้น้ำมีให้บริการที่กิโลเมตร 18 และ 39 กม. ดังนั้นนักกีฬาต้องชะลอความเร็วเมื่อเข้าพื้นที่ แจ้งอาสา สมัครล่วงหน้า ถึงสิ่งที่ต้องการเพื่อรับเครื่องดื่มและความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากอาสาสมัคร ได้รับการชี้แจ้งว่า ห้ามยื่นสิ่งของกลางถนน ทั้งนี้ให้ทิ้งขยะในพื้นที่ที่กำหนดซึ่งอยู่บริเวณก่อน/หลังจุดให้น้ำ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ
13. กรณีจักรยานชำรุด หรือ ขัดข้องระหว่างแข่งขัน นักกีฬาต้องเตรียมอะไหล่และซ่อมแซม ด้วยตนเอง ไม่อนุญาตการช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก ยกเว้นหน่วยซ่อมบำรุงของผู้จัดฯ
14. อนุญาตให้จูงจักรยานได้ เมื่อจำเป็น แต่ไม่อนุญาตให้แข่งขันโดยไม่มีจักรยานประจำตัว
15. ตรวจเชคสภาพความพร้อมของจักรยานเสมอ ไม่มีบริการตรวจสภาพ ณ จุดเชคอินจักรยาน ทั้งนี้ กรรมการจะฟังเสียงจักรยานเป็นหลัก และอาจแนะนำให้ซ่อมบำรุงก่อน อนุญาตให้ใช้ผ้าคลุมพลาสติก เพื่อป้องกันฝุ่น ฝน และแสงแดด แต่ต้องห่อหุ้มให้รัดกุมแน่นหนา
16. ไม่อนุญาตให้ใช้หูฟัง เครื่องเล่นเพลงใดๆ ระหว่างแข่งขันจักรยาน
17. มีหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ดูแลกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย หรือเบื้องต้น กรณีบาดเจ็บสาหัส หรือ แพทย์ พิจารณาเห็นสมควร รถพยาบาลจะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับบริการทันที กรณีเจ็บ ป่วยกระทันหันและต้องการพัก หน่วยแพทย์เคลื่อนที่จะนำท่านไปจุดให้น้ำที่ใกล้ที่สุด หากต้องการ ความช่วยเหลือให้ติดต่อหน่วยแพทย์เคลื่อนที่หรือวิทยุสื่อสารประจำแยก
18. กฎบริเวณธงเหลือง เพื่อความปลอดภัย นักกีฬาต้องชะลอความเร็ว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่โบกธงสีเหลือ
ที่จุดเริ่มต้นเขตธงเหลือง ต้องขับขี่ชิดซ้ายของถนนตลอดเวลาและปฏิบัติดังนี้
18.1 นั่งบนอาน มือแตะเบรค
18.2 ความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
18.3 ห้ามแซง
18.4 หากฝ่าฝืนปรับโทษเวลา 1-5 นาที ตามสถานการณ์ความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
18.5 หากพบว่ามีเจตนากระทำจะถูกปรับโทษขั้นร้ายแรง
18.6 ทั้งนี้จุดสิ้นสุดเขตธงเหลืองจะมีเส้นสีขาว พาดขวางถนนและเจ้าหน้าที่โบกธงเขียว หลังจากนั้น
แข่งขันตามปกติ
19. ปฏิบัติตามกฎจราจรพื้นฐาน ขี่ชิดซ้ายตลอดเวลา หากฝ่าฝืนปรับโทษออก
20. ขับขี่อย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่ปิดถนน ดังนั้นพึงระลึกเสมอว่ายังมีการสัญจรอยู่ตลอดเวลา
21. กฎเส้นสีเหลือง คือ การจัดระเบียบแข่งขันขับขี่สวนทางบนถนนสาธารณะ ต้องขับขี่ชิดซ้ายตลอดเวลา ยกเว้นกรรมการสนามอนุญาตกรณีฉุกเฉิน หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับออก หรือ ปรับโทษเวลา
22. ด้วยทางเรียบและเนินเขา แนะนำให้ใช้ฟันเฟืองล้อหลังจำนวน 24-28 ซี่ และจะต้องเพิ่มความระมัดระวัง เมื่อผ่านโค้งต่างๆ
23. กำหนดเวลาคัท-ออฟ ดังนี้
3 ชั่วโมง นับจากเวลาปล่อยตัวของนักกีฬาในแต่ละรุ่น

หมายเหตุ
นักกีฬาที่กลับจุดเปลี่ยนการแข่งขันภายหลังเวลาข้างต้น จะได้รับผลแข่งขันเป็น “แข่งขันไม่เสร็จสิ้น” (Did Not Finish: DNF) และไม่อนุญาตให้แข่งขันวิ่ง

การแข่งขันวิ่ง 12 กิโลเมตร

1. อนุญาตให้วิ่ง เดิน หรือ คลานได้เท่านั้น
2. ติดหมายเลขวิ่งบนเสื้อด้านหน้าตลอดการแข่งขัน ไม่อนุญาตให้พับ หัก ม้วน ตัด หรือ ดัดแปลงใดๆ หากฝ่าฝืนจะถูกปรับโทษออก
3. ไม่อนุญาตให้ญาติ ผู้ติดตาม เพื่อน หรือ นักกีฬาที่ออกจากการแข่งขัน หรือ เสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วขับขี่ ยานพาหนะ หรือ วิ่ง ติดตามนักกีฬา หรือ ตั้งจุดเพื่อช่วยเหลือ ส่งอาหารใดๆ บนเส้นทางวิ่งและรบกวน นักกีฬาท่านอื่น ทั้งนี้นักกีฬาต้องปฏิเสธการช่วยเหลือดังกล่าวเช่นกัน มิฉะนั้นจะถูกปรับออก ยกเว้น การช่วยเหลือกันระหว่างผู้แข่งขันในเส้นทางเท่านั้น
4. นักไตรกีฬาต้องศึกษาเส้นทางและปฏิบัติตามเครื่องหมายนำทาง กรณีหลงทางหรือวิ่งออก นอกเส้นทาง ผู้จัดฯจะไม่แก้ไขผลแข่งขัน ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
5. กำหนดเวลาคัท-ออฟ ดังนี้
5 ชั่วโมง 30 นาที นับจากเวลาปล่อยตัวของนักกีฬาในแต่ละรุ่น

หมายเหตุ
นักกีฬาที่ยังวิ่งอยู่บนเส้นทาง ภายหลังเวลาข้างต้น จะได้รับผลแข่งขันเป็น “แข่งขันไม่เสร็จสิ้น” (Did Not Finish: DNF) และอนุญาตให้แข่งขันวิ่งจนเสร็จสิ้น

กติกาจุดเปลี่ยนการแข่งขัน

ไม่อนุญาตให้เปลือยกายในที่สาธารณะ หากฝ่าฝืนจะปรับโทษออกจากการแข่งขันทันที

หมายเหตุ
นักกีฬาต้องสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และกรรมการทุกคนด้วยความสุภาพ กรณีใช้ถ้อยคำ กิริยา ไม่เหมาะสม และ/หรือ รุนแรง ผู้จัดฯ มีอำนาจเต็มปรับออกจากการแข่งขันทันที

***สัปดาห์ไตรกีฬา ชาเล็นจ์ขอสงวนสิทธิ์กฎกติกาข้างต้น หากเปลี่ยนแปลงและแก้ไขโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า***